ผัดเผ็ดเครื่องในไก่ใส่มะเขือเปราะ (สูตรนี้ไม่ใส่น้ำมัน)

 ส่วนผสมมีดังนี้





1. เครื่องในไก่ 1 ถ้วย

2. มะเขือเปราะหั่นเป็นชิ้น 1 ถ้วย

3. พริกแกงเผ็ด1 ½ ช้อนแกง

4. ผงปรุงรส ½  ช้อนโต๊ะ

5. ผงชูรสนิดหน่อย

6. กระเพรา

7. น้ำปลาร้า 2 ช้อนแกง

8. น้ำเปล่า 1 ถ้วย

9. ซอสปรุงรส ½ ช้อน

10. ยอดชะอม – ใบมะกรูด 2-3 ยอด

วิธีปรุง



     นำหม้อตั้งไฟใส่น้ำประมาณครึ่งแก้ว จากนั้นก็ใส่เครื่องในไก่หรือไก่สับเป็นชิ้นลงไป ตามด้วยพริกแกงที่เตรียมไว้ คั่วน้ำขลุกขลิกให้ไก่สุกพอประมาณ (อย่าให้ไหม้) จากนั้นก็เติมน้ำ 1 ถ้วย พอน้ำเดือดอีกรอบก็ใส่มะเขือเปราะที่หั่นเตรียมไว้ลงไป ปรุงรสตามส่วนผสมข้างต้นคนให้เข้ากันปิดฝาทิ้งไวสักพัก พอมะเขือเริ่มสุกให้ใส่ใบกะเพราและยอดชะอมพร้อมด้วยใบมะกรูดลงไปปิดฝาทิ้งไว้สักพักก็พร้อมเสิร์ฟได้เลย.

ผัดเผ็ดไก่บ้าน สูตรน้ำขลุกขลิก ไม่ใส่น้ำมัน/เตาถ่าน อาหารอร่อย


                   เครื่องปรุงที่ต้องเตรียมสำหรับทำเมนูผัดเผ็ดไก่บ้านมีดังนี้


1. เนื้อไก่บ้านสับเป็นชิ้น 1 ถ้วย

2. ใบมะกรูดไม่อ่อนเกินไป 2 ใบ

3. เกลือครึ่งช้อนชา

4. ผงชูรสครึ่งช้อนชา

5. ผงปรุงรสครึ่ง - 1 ช้อนแกง

6. น้ำปลาร้า 2 ช้อน

7. ใบกะเพรา 1 กำมือ

8. พริกแกง 1 ทัพพี

     วิธีปรุง

ก่อนอื่นให้นำหม้อตั้งไฟ (ไม่ต้องใส่น้ำ
ไม่ต้องใส่น้ำมัน) จากนั้นให้นำไก่บ้านที่สับเตรียมไว้ใส่ลงไป
ตามด้วยพริกแกงประมาณ 1 ทัพพี ผัดให้เข้ากัน จนเห็นว่าเนื้อไก่เริ่มหดตัวและเกรียมนิดๆ
แล้วค่อยใส่เครื่องปรุงทั้งหมดลงไป (ยกเว้นใบกะเพรา)
คนให้เข้ากันปิดฝาทิ้งไว้สักพัก พอจะยกลงค่อยใส่ใบกะเพราแล้วปิดฝาอบทิ้งไว้ เพียงเท่านี้ก็จะได้ชิมลิ้มรสผัดเผ็ดไก่บ้าน
สูตรน้ำขลุกขลิก ปลอดคอเรสเตอรอลดีต่อสุขภาพนักแล.

สุดง่ายกับเมนูส้มตำกุ้งสด

อีกหนึ่งเมนูสำหรับวันหยุดพักผ่อนที่หนูน้อยขอแนะนำ นั่นก็คือ "ส้มตำกุ้งสด" สูตรบ้านไร่ ไม่อร่อยไม่ขอบอกนะะ..แต่ก่อนอื่น

ต้องเตรียมวัตถุดิบดังนี้


ส้มตำกุ้งสด

1. กุ้งแกะเปลือก และดึงเส้นหลังออก ประมาณ 10 ตัว

2. เส้นมะละกอ 1 ถ้วย

3. ผักชี 1 กำมือ

4. พริก กระเทียม มะนาว (อย่างละนิดหน่อย)

5. ผงชูรส (นิดหน่อย)

6. น้ำตาลทราย ครึ่งช้อนแกง

7. น้ำปลา 2 ช้อนแกง

8. น้ำปลาร้า 3 ช้อนแกง

วิธีปรุง

1. นำกุ้งมาแกะเปลือกและดึงเส้นดำออก แช่น้ำโซดาเย็นๆประมาณ 2 นาที

2. ตำพริกกระเทียมให้เข้ากัน

3. ใส่เส้นมะละกอ และผักลงไป พร้อมปรุงรสตามอัตราส่วนที่บอกไว้ ตำให้เข้ากัน

4. ใส่กุ้งลงไป คนให้เข้ากัน

ส้มตำกุ้งสด
เพียงเท่านี้หนูน้อยบอกว่าพร้อมเสิร์ฟได้เลย..จร้า..หรือเข้าชมวิธีทำอย่างละเอียด..คลิกที่นี่ได้เลย

สูตรหมักหมูกระทะ ที่ทำให้หมูนุ่ม หอม อร่อย

ต้อนรับวันหยุดสุดสัปดาห์กับ “สูตรหมักหมูกระทะ” สำหรับทำกินกันในครอบครัว เป็นสูตรหมักหมูที่ทำได้ง่ายๆ และที่สำคัญเราจะได้รสชาติของเนื้อหมูที่นุ่ม หอม อร่อย..อย่ารอช้า..ไปพิสูจน์ความ..แซ่บ..กันเล๊ย..แต่ก่อนอื่นต้องเตรียมส่วนผสมตามนี้นะครับ



1. เนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นบางๆ 1 กิโลกรัม
2. ผงปรุงรส 1 ½ ช้อนแกง
3. ซอสปรุงรส 2 ช้อนแกง
4. พริกไทยป่น ½ ช้อนแกง
5. ผงฟู ½ ช้อนแกง
6. ซอสหอยนางรม 2 ช้อนแกง
7. งาคั่ว 1 ช้อนแกง
8. ไข่ไก่ 1 ฟอง

วิธีการปรุงก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงเรานำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน จากนั้นก็ปิดฝานำไปใส่ไว้ในตู้เย็น (ช่องธรรมดา) ประมาณ 30 นาที นำออกมา ปิ้ง ย่าง ได้เลย

“เป็นสูตรหมักที่จะทำให้ได้เนื้อหมูที่นุ่ม หอม อร่อย กลมกล่อมด้วยงาคั่วและไข่ไก่..เชิญพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองดีกว่านะ” 

สูตรหมักใส้หมูสำหรับ ปิ้ง ย่าง



สูตรหมักใส้หมูสำหรับ ปิ้ง หรือ ย่าง รับรองไม่มีกลิ่น เคล็ดไม่ลับนี้ ผมเองก็เพิ่งจะได้สูตรมาจากพ่อครัวคนอีสานที่เป็นเพื่อนกันและก็ได้ทดลองทำกินกันมาแล้ว ยอมรับว่าใส้หมูหมักสูตรนี้ หอม นุ่ม อร่อยจริงๆ จึงได้นำมาบอกเล่าสู่กันฟัง

สูตรหมักใส้หมูย่าง

 แต่ก่อนอื่นให้เราเตรียมส่วนผสมดังนี้นะครับ

1. ใส้หมูอ่อน 1 กิโลกรัม
2. ซึงสำหรับนึ่ง 1 ชุด
3. ซอสหอยนางรม 3 - 4 ช้อนแกง
4. พริกไทย 1 ช้อนแกง
5. รสดี 2 ช้อนแกง
6. นมข้นจืด 4 – 5 ช้อนแกง

สูตรหมักใส้หมูย่าง
วิธีปรุงใส้หมูย่าง

1.นำใส้หมูมาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นก็คลุกเคล้ากับใบตะใคร้อ่อน นำไปนึ่งให้สุกพอประมาณ
2.นำใส้หมูที่นึ่งสุกแล้วมาหั่นยาวประมาณ 1 ฝ่ามือ จากนั้นก็เติมส่วนผสมทั้งหมดลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำไปย่างด้วยไฟถ่านอ่อนๆ จนกระทั่งผิวภายนอกเกรียมนิดๆ เพียงเท่านี้ก็จะได้ใส้หมูย่างที่หอม นุ่ม อร่อยเด็ดทีเดียว..ลองทำดูนะครับ


**ปล.การที่เรานำใส้หมูมานึ่งก่อนนำไปย่าง โดยไม่ผ่านการต้ม จะทำให้ใส้หมูไม่มีกลิ่น นี่เป็นเคล็ดลับที่เชฟในคลิปวีดีโอเขาบอกมาครับ **

สูตรทำไข่ทรงเครื่อง หรือ ไข่ปิ้ง อย่างง่ายๆ


ไข่ทรงเครื่อง หรือไข่ปิ้งเป็นอีกหนึ่งเมนูที่เราเคยได้พบเห็นพ่อค้าแม่ขายนำมาวางจำหน่ายทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นย่านตลาดนัด หรือตามเทศกาลต่างๆ บ้างก็ทำเป็นธุรกิจครัวเรือน หรือไม่ก็ทำเป็นอาชีพเสริม ซึ่งอันที่จริงแล้วไข่ทรงเครื่องหรือไข่ปิ้งทำได้ไม่ยากเลย โดยส่วนตัวของผมเองก็เพิ่งได้รู้วิธีการมาและก็ได้ทดลองทำ..ก็อร่อยดีนะ แต่ก่อนอื่นให้เราเตรียมวัตถุดิบในการปรุงดังนี้ครับ

ไข่ทรงเครื่อง

1. ซึงสำหรับนึ่ง
2. ถาดวางไข่ไก่
3. ไข่ไก่สด
4. ซอสปรุงรส
5. ผงรสดี
6. พริกไทยป่น
7. น้ำเปล่า

ไข่ปิ้ง
วิธีปรุง

1. ล้างไข่ไก่ให้สะอาด
2. นำมาเจาะให้เป็นรูเล็กๆขนาดใหญ่กว่าปลายไม้ตะเกียบเล็กน้อย
3. เทไข่ขาวและไข่แดงออกใส่ภาชนะ (ระวังอย่าให้เปลือกไข่แตก)  
4. ผสมเครื่องปรุงต่างๆเช่น ผงรสดี ซอสปรุงรส พริกไทยป่น และเติมน้ำเปล่านิดหน่อย
5. คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จากนั้นก็กรอกเข้าไปในไข่ไก่ตามเดิม
6. นำไปนึ่งด้วยไฟอ่อนๆ จนกระทั่งไข่เริ่มสุกค่อยเร่งไฟขึ้นอีกนิดหน่อย
7. พอไข่สุกดีแล้วก็นำไปเสียบไม้ปิ้งย่างด้วยไฟถ่านอ่อนๆ


“เพียงเท่านี้ก็จะได้เมนูไข่ปิ้งที่หอมอร่อย ลองพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองนะครับ..แต่ถ้าอ่านวิธีการปรุงทั้งหมดแล้วยังไม่เข้าใจ ผมได้จัดทำเป็นคลิปวีดีโอเอาไว้แล้ว คลิกชมด้านบนเลยครับ”

แหนมเนื้อ แหนมหมู สูตรอีสาน

บทความนี้ขอนำเสนอเมนูอาหารอีสานที่เราสามารถทำได้ง่ายๆ เป็นสูตรทำแหนมเนื้อหรือแหนมหมู ตามแบบฉบับของคนอีสานที่ผมได้รู้มาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก ที่การันตีได้ว่า "ใช้เวลาปรุงเพียงวันเดียว ในชั่วข้ามคืนสามารถนำมารับประทานได้เลย" ส่วนผสมมีดังนี้ครับ

1. เนื้อหมูหรือเนื้อวัวสด (สับละเอียด) 1/2 กิโลกรัม

2. กระเทียมแกะเปลือก (โขลกให้ละเอียด) 2 กำมือ

3. เกลือป่น 1 ช้อนแกง

แหนมอีสาน

 วิธีปรุงก็ง่ายๆ เพียงเรานำส่วนผสมทั้งหมดมาคั้นรวมกันประมาณ 10 - 15 นาที จนกระทั่งเห็นว่าส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดีแล้ว และเหนียวติดมือ หลังจากนั้นก็นำไปห่อใส่ถุงพลาสติก หรือห่อด้วยใบตอง รัดให้แน่นด้วยหนังยาง เก็บไว้ในที่ร่ม ครอบด้วยฝาชีเพื่อป้องกันแมลงวัน เพียงข้ามคืนนำมารับประทานได้เลย แต่ขอแนะนำว่าควรปรุงให้สุกก่อนนะครับ


ชมคลิปวีดีโอการทำแหนมสูตรอีสานได้ที่ : https://youtu.be/9T3LgceFk9s

แกงเห็ดระโงกใส่ยอดมะขามอ่อน


แกงเห็ดระโงกใส่ยอดมะขามอ่อน

เพิ่งไปเก็บมาสดๆร้อนจากดอยใกล้บ้าน จัดเป็นเมนูอาหารมื้อค่ำซะเลย! “แกงเห็ดระโงกใส่ยอดมะขามอ่อน” เป็นสูตรทำแกงเห็ดแบบบ้านๆ เหมาะสำหรับทำกินกันเองภายในครอบครัว และยังเป็นเมนูอาหารที่ทำได้ง่ายๆ แต่ถ้าเอ่ยถึงรสชาติ..ขอบอกว่า..แซ่บ.. ด้วยน้ำซุปแกงเห็ดที่เข้มข้น เพราะเคล็ดลับเด็ดอยู่ที่การทำแกงโดยไม่ต้องใส่น้ำ คือแกงแบบเพียวๆ รอให้น้ำที่สะสมอยู่ในดอกเห็ดออกมาเอง แต่งเติมเสริมความเปรี้ยวด้วยยอดมะขามอ่อน ปรุงรสตามถนัด ก็เสิร์ฟได้เลยครับ





แกงเห็ดตับเต่าใส่ยอดมะขามอ่อน สูตรบ้านๆ


แกงเห็ดตับเต่าใส่ยอดมะขามอ่อน สูตรบ้านๆ แต่รับรองอร่อยเด็ด!

เหมาะสำหรับทำกินกันเองภายในครอบครัว..ลองทำดูนะ 

ขนมจีนน้ำยาป่าสูตรบ้านๆ แต่อร่อยแบบอินเตอร์..อยากให้ลอง


สูตรทำน้ำยาหรือน้ำแกงขนมจีน หรือที่เราคุ้นหูกันในชื่อ “น้ำยาป่า” ที่จะมาบอกเล่าสู่กันฟังในบทความนี้ เป็นสูตรเฉพาะสำหรับทำกินกันในครอบครัว แต่ถ้าได้ลองแล้วเกิดติดใจในรสชาติจะจดจำสูตรไปทำเป็นธุรกิจก็ไม่ว่ากันนะ..แต่ก่อนอื่นต้องเตรียมเครื่องปรุงและส่วนผสมตามนี้เลยครับ

เครื่องปรุง สำหรับทำน้ำยาขนมจีน มีดังนี้

1.  ปลานิลสดทั้งตัวขอดเกล็ดล้างให้สะอาด 1 ตัว (ประมาณ  5 ขีด)
2. ลูกชิ้นปลา 1 ถุง (5 ขีด)
3.  ตะไคร้ 2 ต้น ใบมะกรูดแก่ 3 ใบ
4.  กระชาย 1 ขีด พริกสด 10 – 15 เม็ด พริกแกง  1 ช้อนโต๊ะ
5.  หอมแดงแกะเปลือก 4 หัว กระเทียม 7 - 8 กลีบ
6.  น้ำปลาร้า 3 ทัพพี
7.  น้ำสะอาด 2 ถ้วยตวง

วิธีทำ น้ำยาขนมจีน

1. เทน้ำใส่หม้อตั้งไฟ ใส่ตะไคร้หั่นเฉียงและใบมะกรูดลงไปปิดฝาไว้สักพัก พอน้ำเริ่มเดือดให้นำปลานิลที่เตรียมไว้ กระชาย หอมแดง และกระเทียมใส่ตามลงไป ต้มให้สุก

2. ตักเครื่องแกงขึ้นมาโขลกรวมกันให้ละเอียด อย่าลืมใส่พริกแกงลงไปโขลกรวมกันด้วยนะ ตักปลาขึ้นมาแกะเอาแต่เนื้อ นำมาโขลกรวมกันกับเครื่องแกง


3. นำเครื่องเทศและเนื้อปลาที่โขลกรวมกันใส่ลงในหม้อต้มอีกครั้ง ใส่ลูกชิ้นปลาตามลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า น้ำปลา และผงชูรส ปรับแต่งรสชาติตามใจชอบ เสิร์ฟกับขนมจีน พริกแห้งทอด โรยด้วยถั่วงอก ถั่วฝักยาวหั่นเฉียง ตามด้วยใบโหระพา และใบแมงลัก รับรองว่าอร่อยเด็ดแท้ๆ.. 

สู่ตรทำแจ่วบอง..รสแซ่บ

สูตรอาหารอีสาน

แจ่วบองหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ปลาร้าสับ” เป็นการนำปลาร้าสดๆมาย่างให้หอม เสร็จแล้วก็นำมาสับให้ละเอียด จากนั้นก็นำมาปรุงรสด้วยเครื่องเทศสมุนไพรรสจัดจ้านต่างๆ เช่นหอมแดง กระเทียม ข่า ตระไคร้ ใบมะกรูด และพริกป่น มีเครื่องปรุงและวิธีการทำดังนี้ครับ

ส่วนผสมสำหรับทำ แจ่วบอง มีดังนี้
1.    ปลาร้า (ปลาช่อนหรือปลานิล)  1 ตัว
2.    กระเทียมและหัวหอมแดง (ปอกเปลือก) อย่างละ  8 หัว
3.    ตระไคร้ซอย  ½ ถ้วยตวง
4.    ข่าหั่น  ½ ถ้วยตวง
5.    พริกขี้หนูแห้ง  1 ถ้วยตวง
6.    ใบมะกรูดหั่นฝอย  5 ใบ
7.    มะขามเปียกสับละเอียด  3 ช้อนโต๊ะ
8.    ผงชูรสนิดหน่อย

วิธีทำ แจ่วบอง มีขั้นตอนดังนี้
1.    ห่อปลาร้าด้วยใบตอง นำไปย่างไฟให้หอม จากนั้นนำมาแกะเอาแต่เนื้อ หรือจะสับให้ละเอียดทั้งตัวก็ได้
2.    นำ กระเทียม หัวหอมแดง ข่า ตะไคร้ และพริกขี้หนูแห้งคั่วรวมกันให้เหลืองหอม จากนั้นให้นำส่วนผสมที่คั่วทั้งหมดมาโขลกรวมกันให้ละเอียด  ใส่เนื้อปลาร้าที่สับละเอียดและมะขามเปียกลงไป เติมผงชูรสนิดหน่อย โขลกรวมกันอีกครั้ง เพียงเท่านี้ก็จะได้เมนูน้ำพริกปลาร้า แจ่วบอง หรือปลาร้าสับที่แสนอร่อย กินกับข้าวเหนียวร้อนๆ แกล้มด้วยถั่วฝักยาวหรือแตงกวาหั่นบางๆ รับรองอร่อย..แซ่บ..ถึงใจเลยทีเดียวครับ
** ในปลาร้าจะมีแคลเซียม ฟอสฟอรัสและธาตุเหล็ก ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเมนู อาหารอีสาน ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพกระดูกของเราอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวนะครับ **


ก้อยตับหวานสูตรบ้านไร่..ไม่อร่อย..ไม่มาบอก


สูตรทำก้อยตับหวานรสเด็ด สูตรบ้านไร่ ไม่อร่อย ไม่มาบอกเล่าให้ฟังหรอกนะครับ

เผยสูตรเด็ด! หมักหมูให้นุ่ม หอม อร่อย สำหรับปิ้งย่าง..เชิญพิสูจน์ได้เลย


สำหรับสูตรหมักหมูที่ว่านี้ มีส่วนผสมหลักที่สำคัญดังนี้

1.  เนื้อหมู (หั่นเฉียงบางๆ) 1 กิโลกรัม
2.  ไข่ไก่ 1 ฟอง
3.  ผงฟู 2 ช้อนโต๊ะ
4.  รสดี 1 ช้อนโต๊ะ
5.  ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
6.  น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
7. กระเทียมทุบ 7 - 8 กลีบ


วิธีทำก็ง่ายๆเพียงให้เราเตรียมส่วนผสมให้ได้ตามนี้ จากนั้นก็นำเครื่องปรุงทั้งหมดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปิดฝาแล้วนำไปแช่ไว้ในตู้เย็น (ช่องธรรมดา) ประมาณ 20 นาที ก็สามารถนำมาปิ้ง ย่าง ทอด หรือจะนำไปทำเป็นเมนูหมูกระทะสำหรับวันหยุดพักผ่อนหรือวันครอบครัวก็ได้..รับรองว่าไม่ผิดหวังในรสชาติอย่างแน่นอน

อาหารร้อนจัดทำลายกระเพาะของคุณได้

กินอาหารร้อนจัดระวังกระเพาะอาหารพัง

หลายคนชอบกินอาหารร้อนๆโดยเฉพาะน้ำแกงที่ยกลงจากเตาใหม่ๆ นัยน์ว่าโล่งคอดี แต่ต้องตระหนักไว้ด้วยนะครับว่า กระเพาะอาหารของเรานั้น เป็นอวัยวะภายในร่างกายที่มีความบอบบางและต้องการความทะนุถนอมอย่างยิ่ง  และที่สำคัญถ้าเกิดว่ากระเพาะอาหารของเราพังขึ้นมา คงไม่มีอะไรมาทดแทนหรือเปลี่ยนคืนได้ 

เพราะฉะนั้นแล้วเพื่อการปกป้องไม่ให้เยื่อบุกระเพาะอาหารของเราเสียหาย เราจึงไม่ควรกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่กำลังร้อนจัด (น้ำต้มสุกหรือน้ำแกงที่มีความร้อนสูงเกินกว่า 60 องศา) เพราะนอกจากจะเป็นการทำลายกระเพาะอาหารของเราเองแล้ว  ยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งในปากและหลอดลมอีกด้วยนะครับ


สูตรทำน้ำจิ้มแจ่วขมรสแซ่บ ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน


วิธีทำน้ำจิ้มแจ่วขม..รสแซ่บ สูตรอีสานขนานแท้ต้องที่นี่เลย

เป็นเคล็ดลับการปรุงน้ำจิ้มแจ่วสูตรเด็ด สำหรับเมนู ลวก ปิ้ง ย่าง โดยเฉพาะ ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อน แต่ก็ต้องขอบอกเอาไว้ก่อนว่า “เป็นเคล็ดลับที่แอบจำมาจากร้านขายอาหารอีสานแถวๆชาญเมืองเขตสมุทรปราการ” นะครับ ทำได้ง่ายๆ รสชาติอร่อย ขม กลมกล่อมดีนักแล..อยากให้ลองพิสูจน์ดู

สูตรทำหมูตุ๋นให้อร่อยนุ่ม

สูตรทำหมูตุ๋น

เครื่องปรุงสำหรับทำหมูตุ๋น

- เนื้อหมูสันนอก (หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ)  1 กิโลกรัม
- อบเชยชิ้นเล็กๆ  2 ชิ้น
- รากผักชี  15 ราก
- พริกไทยเม็ด  15 เม็ด
- กระเทียมทุบ 4 หัว
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
- ซีอิ้วขาว  1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ  1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำหมูตุ๋นให้อร่อยนุ่ม

เริ่มจากตั้งหม้อใส่น้ำต้มให้เดือด จากนั้นให้ใส่เนื้อหมูลงไป ตามด้วยพริกไทย  รากผักชี อบเชย กระเทียม เกลือป่น น้ำตาลปี๊บ และซีอิ้วขาว  ตุ๋นด้วยไฟอ่อนๆเคี่ยวไปเรื่อยๆ ถ้าน้ำแห้งก็เติมลงไปเล็กน้อย ระหว่างนี้ให้คนเบาๆ เป็นระยะๆ ซึ่งจะใช้เวลาตุ๋นประมาณ 3 ชั่วโมง ก็จะได้หมูตุ๋นที่เปื่อยยุ่ย อร่อยนุ่ม น่ารับประทานพร้อมเสิร์ฟได้แล้วครับ


วิธีทำให้เนื้อปลาหมึกขาวฟูนุ่มน่ากิน ด้วยน้ำมะขามเปียก



สูตรล้างและหมักปลาหมึกด้วยน้ำมะขามเปียก ที่คุณได้ชมในวีดีโอนี้จะทำให้ได้เนื้อปลาหมึกที่ขาวใส ฟูนุ่ม ช่วยขจัดเมือกและความเค็ม เมื่อนำมาทำต้มยำหรือหมักย่างก็จะได้เมนูที่แสนอร่อย..ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พูดไปจะหาว่าโม้ อยากให้ลองพิสูจน์กันเอาเองดีกว่านะครับ


เผยเคล็ดลับ..หมักปลาหมึกย่างให้เหลือง หอม อร่อย น่ากิน



“ปลาหมึกย่างมาแล้วคร๊าบ..ไม้ละ 10 บาท เหลืองอร่อยน่ารับประทาน” คิดว่าหลายคนคงเคยได้ยินได้ฟัง และเคยซื้อกินเป็นประจำ และปลาหมึกย่างส่วนใหญ่มักจะขายตามตลาดนัดทั่วไป ทำไมปลาหมึกย่างถึงมีสีเหลือง รสชาติออกจะหวานนิดๆ หอม อร่อยน่า...จริงหนอ? แต่ก่อนผมก็เคยสงสัยเหมือนกันครับ เคยแอบถามพ่อค้าเขาก็ไม่ยอมบอก แต่พอถามหลายๆเจ้า บังเอิญไปเจอพ่อค้าใจดียอมเผยเคล็ดลับให้ฟัง ก็เลยนำมาบอกเล่าผ่านสื่อออนไลน์ซะเลย เผื่อว่าใครที่ยังไม่รู้ หรืออยากทำกินเอง ก็ลองชมวีดีโอนี้ดูนะครับ

กด Subscribe หน้า You Tube หรือติดตามผลงานได้ที่